กล่องความทรงจำ

posted on 25 Oct 2009 05:07 by mynameist in In-My-View


มีอยู่สิ่งนึงในโลกนี้

ที่ไม่มีใครเอาไปจากเราได้

สิ่งนั้นคือ ความทรงจำ

 

. . .

 

รื้อของบางอย่างออกมาเพื่อจัดระเบียบใหม่

พบว่าในนั้นมีกล่องโทรมๆ 2 ใบและกองกระดาษเก่าๆ 1 กอง

กล่องจดหมาย กล่องการ์ด และกอง friendship

ก็เลยรำลึกอดีตด้วยการเปิดทบทวนทีละแผ่น

 

. . .

 

กอง friendship
(ไม่ได้เป็นเล่ม เนื่องจากใช้วิธีแจกกระดาษขาวให้เพื่อนๆคนละสองแผ่น
 ตั้งใจจะเอามาเย็บรวมเล่มเอง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
 เพราะข้าพเจ้าลืมนึกเรื่องเว้นที่เย็บสัน บางคนเลยละเลงจนเต็มแผ่น)

friendship คือกระจก

สะท้อนว่าเพื่อนรอบข้าง

ที่นั่งเรียนห้องเดียวกับเรา

เที่ยวเล่น หัวเราะ กระทั่งร้องไห้

ผ่านวันเวลาเหล่านั้นมากับเรา

มองเห็นเราในวันนั้นเป็นภาพอะไร

ส่วนใหญ่เป็นการอวยพร

บางคนมีคำตักเตือน

ซึ่งข้าพเจ้าซึ้งใจมาก

แสดงให้เห็นว่าเราสนิทกันมากพอที่จะว่ากล่าวกันได้

แสดงให้เห็นว่าเพื่อนที่ดีนั้น ต้องพร้อมที่จะว่ากล่าวหากเพื่อนทำผิด

หากไม่รักกันจริง จะไม่เตือน

ข้าพเจ้าไม่ใช่คนดีนัก

แต่ข้าพเจ้าเติบโตมาท่ามกลางเพื่อนดีๆ

นี่คือโชคดีอย่างนึงในชีวิตของข้าพเจ้า

 

. . .

 

กล่องจดหมาย

สมัยข้าพเจ้าอพยพจากบ้านนอกขึ้นมาเรียนปริญญาตรี

สมัยนั้นอินเตอร์เน็ทยังไม่แพร่หลาย
(เพิ่งเริ่มใช้เพจเจอร์กัน)

จดหมายนี่แหละ ที่ใช้ติดต่อกับเพื่อนๆ ที่จากมา
("จากมา" เนื่องจากสอบเทียบกศน.แล้ว ent.ติดกันประมาณครึ่งห้อง
 เหลืออยู่แค่ครึ่งห้องที่ยังต้องเรียนม.6)

เมื่ออ่านดู ก็พบว่า มีหลายเรื่องที่เราลืมสนิท

จำไม่ได้ว่าเคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นในชีวิตเราด้วยเหรอ

หลายเรื่องก็นึกไม่ออกเลยว่าเขียนตอบเพื่อนๆไปว่าอะไร

ก็ต้องเดาความคิดตัวเองจากจดหมายที่เพื่อนๆตอบกลับมา

บางเรื่อง ก็ยังเป็นตัวเราอยู่ในทุกวันนี้

บางเรื่อง ก็เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ชีวิต

แต่สิ่งนึงที่หายไปอย่างสังเกตเห็นได้

คือความขาวสะอาดในวันนั้น

เมื่อเทียบกับปัจจุบัน

ชีวิตเรา โดนสีละเลงเยอะเหลือเกิน

อยากล้างสีเหล่านั้นออก

เพื่อจะมองโลกได้สวยงามเช่นวันนั้นอีกครั้ง

 

. . .

 

กล่องการ์ด

ที่รวบรวมบรรดาการ์ดอวยพรต่างๆ

คำอวยพร ก็คือสิ่งดีๆที่คนรอบข้างอยากให้เกิดขึ้นกับเรา

เป็นสิ่งดีๆที่เราจะเก็บไว้ คงจะจนวันตาย

การ์ดที่เป็นขาประจำ ก็มาจากครอบครัว

การ์ดจากเพื่อนๆ มักจะเป็นขาจร

แตกต่างกันไปแต่ละปี

ขึ้นกะว่าในปีนั้นๆ เราใช้เวลากับใคร

เมื่อแยกย้ายกันไปตามเส้นทางที่ต่างกัน

การ์ดเหล่านั้นก็ห่างหายไปด้วย

เป็นธรรมดาของชีวิต ของโลก

เข้าใจดี


. . .

 

หลายคนมองว่าข้าพเจ้าเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี

แต่มีสิ่งนึงที่ข้าพเจ้าเรียนรู้มานานแล้ว และมักจะตอบกลับไป

การสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆน่ะไม่ยากหรอก

การรักษาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้ได้และให้ดีต่างหาก

ที่ยากที่สุด

 

. . .

 

แทบทุกคนอยากย้อนเวลา

กลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิด ที่พลาด

ข้าพเจ้าเองก็มีอยู่หลายเรื่อง

หนึ่งในนั้น

คืออยากกลับไป แล้วใช้เวลากับเพื่อนๆให้มากกว่านี้

ให้ความสำคัญกับเพื่อนๆมากกว่านี้

เปิดใจรับ และให้อภัยเพื่อนๆมากกว่านี้

ขอโทษ และยอมให้เพื่อนๆมากกว่านี้

แต่มันก็เป็นไปไม่ได้

สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ก็ผ่านไปแล้ว

ก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน

และพยายามทำอนาคตให้ดี

เท่าที่พอจะทำได้


. . .

 

ย้ายจดหมาย การ์ด และกอง friendship ไปยังกล่องใหม่

ที่คงทนกว่าเดิม

ในวันนี้ สิ่งเหล่านี้มีค่ามากเหลือเกิน

เป็นสิ่งนึงในโลกนี้

ที่ไม่มีใครเอาไปจากข้าพเจ้าได้

เพราะมันอยู่ใน "ความทรงจำ"

 

. . .

 

ปิดกล่อง

 

Comment

Comment:

Tweet

ความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ..
ป่านว่ามันเจ๋งดี
ทำให้ป่านชอบเขียนจดหมายและโปสการ์ดมาก
ทุกวันนี้ก็ยังส่งไปให้เพื่อนๆ ที่ไทยไม่ขาด
ส่งไปให้คนหลายสิบคน
ตอบกลับมาแค่ไม่กี่คน.. ไม่เป็นไร
ป่านได้ส่งก็สุขใจแล้ว

ป่านรู้สึกว่ามันจะอยู่กับเราไปอีกนาน..
นานกว่า history ในโปรแกรมแช็ต
นานกว่า e-mail ใน mailbox

มันให้ความรู้สึกอบอุ่น
เมื่อเรามีวันว่างๆ แล้วได้หยิบมันขึ้นมาอ่าน
ได้ย้อนวันเวลาเก่าๆ ผ่านกระดาษขนาดต่างๆ..

นอกจากโปสการ์ดกับจดหมาย
ป่านก็ชอบเขียนโน๊ตนั่นนี่ให้คนอื่น
เวลาให้ของขวัญ ก็ต้องเขียนอะไรนิดๆ หน่อยๆ ลงกระดาษโน๊ต
แล้วแนบไปด้วย..

ได้ย้ายมันไปอยู่ในกล่องใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม..
ดีจังค่ะ
จะได้มั่นใจว่ามันจะปลอดภัย
และอยู่กับเราไปอีกนาน..

บางเหตุการณ์ลืมไปแล้วจริงๆ..
พอได้กลับมาอ่านสิ่งที่เขียนไว้ถึงได้นึกออกเลือนๆ..

เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกจริงๆ..

#23 By ป่ า น ,, on 2010-08-08 20:03

ตาลายอ่ะ


ไปแคปแล้วส่งมาให้เลย


tae_moshp@hotmail.com


big smile

#22 By tae_moship on 2009-11-02 20:50

แวะมาตอบ

เรื่องจริงรึเปล่าหนอ? หุหุ

ทำไมคิดว่าเรื่องจริงล่ะ?

#21 By LhinKo^_^ on 2009-10-31 15:30

โอ้ว จดหมายนี่,,,,นานมากแล้วนะ 55+

ของพวกนั้น ไม่ว่าเมื่อก่อนจะทุกข์หรือสุข แต่พอได้ย้อนกลับไปอ่าน

มันกลับรู้สึกดีไปทั้งหมด

ความทุกข์ที่เราผ่านมันมาได้

ความสุขที่นึกขึ้นทีไรก้ยิ้มออก


...

ไปหากล่องเก็บความทรงจำมั่งดีกว่า กระจัดกระจายเหลือเกิน

#20 By khun ice :) on 2009-10-31 14:18

เจ้าของบล็อกหนีไปไหนหว่า

big smile

#19 By tae_moship on 2009-10-31 12:50

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยาวนานสักเท่าไร
แต่แปลกมั้ยคะที่.....

เจ้าความทรงจำที่ฝังลึกอยู่ในใจ
นึกย้อนถึงมันบ่อยสักเท่าไหร่
"ภาพแห่งความประทับใจก็ไม่เคยจะเลือนลาง"

จากใจ...
Grace's Diary big smile

#18 By GRACE'S DIARY WITH SERENDIPITY on 2009-10-29 21:46

ชอบเปิดกล่องคามทรงจำเหมือนกันค่ะ

เวลาเปิดแล้วมันมีเรื่องราวในความทรงจำมากมาย

ให้คิดถึง

big smile

#17 By บินสูง on 2009-10-29 06:23

แวะมาทักทายครับ..
ขอบคุณ คุณsky ที่แวะไปเยี่ยมที่บ้านนะครับ..

ปล. สำหรับจังหวัดที่ไม่มีรถไฟผ่าน คือผมหมายถึงที่อยู่บนบกน่ะครับ ไม่นับเกาะ เพราะบนเกาะรถไฟไม่ผ่านอยู่แล้ว ถ้าเป็นบนบกนี่มีระนองจังหวัดเดียวจริง ๆ นะ..
big smile big smile

#16 By kriangkrai on 2009-10-28 23:37

คิดถึงความทรงจำหลายๆอย่างเหมือนกันเนาะ..
มีแต่สิ่งที่ดีๆ ย้อนนึกแล้วก็ ยิ่มได้ big smile big smile big smile
Hot!

#15 By Noar Wolkins on 2009-10-28 23:04

ความทรงจำเป็นสิ่งมีค่าที่สุด

คิดเหมือนกันเลยค่ะbig smile
โชคดีที่ได้เขียนไดอารี่ โชคดีที่ได้เขียนบล็อค

คิดเหมือนกันมั้ย?

#14 By LhinKo^_^ on 2009-10-28 16:16

อ่านแล้ว..
นึกอยากหากล่องมาคัดแยกความทรงจำที่แสนกระจัดกระจายของตัวเองไว้บ้าง
...
มีหลายครั้งที่กลับไปรื้อค้นแล้วก็หวนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ
ในหลายๆ ช่วงชีวิต
...
เพียงแต่ความทรงจำนั้นมันยังยุ่งเหยิง ปะปนกันไป

#13 By aim aim aim on 2009-10-28 13:32

ความทรงจำเป็นของเราค่ะ...ไม่มีใครเอามันไปจากเราได้ นอกจากเราเองที่ทอดทิ้งมัน

#12 By Nart on 2009-10-27 21:45

ก่อนหน้านี้ชอบเพลงนี้

ร่างกายต้องการทะเล หัวใจต้องการมีเธอ
คลื่นลมไม่ฮาไม่เฮ ถ้าทะเลไม่มีเธอ


แต่ตอนนี้ชอบเพลงนี้

........แอบบวกลบกันวันเกิดฉันเท่าวันของเธอ

สิ่งที่ฉันเจอก็คือเธอที่เราตามหา

ก็ฉันรักเค้าเพราะสิ่งเหล่านั้นแม้ว่าเราไม่เคยคุยกัน
(แต่เหมือนว่าฉันและเธอนั้นคู่กัน)

ฉันรักเค้าตั้งแต่วันนั้น ไม่ต้องมีเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย

การที่ไม่เคยรู้จักกันนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ

สิ่งที่คู่กันก็ควรคู่กัน




แต่เพลงเก่าก้อยังชอบอยู่นะ


big smile

#11 By tae_moship on 2009-10-27 21:41

เราก้อมีกล่องนะ แต่กล่องของเราคือกล้อง

กล้องความทรงจำ

เหมือนพูดเหน่อเนอะ

กล้องคว๋ามทรงจ๋ำbig smile big smile
เขียนดีจัง

อ่านแล้วซาบซึ้งใจมากๆ

น้ำตาซึม

เราก็เก็บนะของอะไรแบบนี้

ให้ความสำคัญมากๆ กับความทรงจำ

เอามาดูทีไรก็อดขำไม่ได้

ชอบตรงที่บอกว่า

มิตรภาพใหม่ๆ สร้างง่าย

แต่การเก็บมิตรภาพให้ยาวนานยากกว่า

คิดเหมือนเราอีกแล้ว..เลียนแบบปะเนี้ย

***

แล้วมิตรภาพระหว่างเรา

มันจะยาวนานหรือสั้นดีนะ

555

"ปิดเม้น" แทน "ปิดกล่อง"

#9 By รองเท้าแก้ว on 2009-10-26 23:42

โทดทีค่ะ
...........
ลืม

........

ปิดกล่อง

..........

#8 By tae_moship on 2009-10-25 19:54

เปิดกล่อง

.............
กล่องจดหมาย

จำได้ว่า เริ่มต้นส่งจดหมายตั้งแต่ขึ้นม.1
เนื่องจากตอนประถมเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน
แต่พอขึ้นม.หนึ่ง เราเป็นคนหนึ่งในไม่กี่คน
ที่ต้องย้ายไปเรียนในตัวจังหวัด
ส่วนเพื่อนคนอื่นยังคงเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน

การส่งจดหมายที่ไม่ต้องอาศัยแสตมป์จึงเริ่มต้น
ณ บัดนั้น
เพื่อนๆเขียนส่งจดหมายมา
บางทีอาจจะส่งมาเป็นกระดาษไร้ซอง
ใช้แม็กเย็บมา พร้อมกับข้อความที่อยู่ในนั้น

ส่วนบุรุษไปรษณีย์ก็อาศัยเพื่อนใกล้บ้าน
หรือน้องๆที่ยังเรียนอยู่ที่นั่น
เป็นคนเอามาส่งให้อยู่บ่อยๆ
และยังอาศัยฝากน้องๆไปส่งให้เพื่อนด้วย

ข้อความในจดหมาย
นอกจากความคิดถึงแล้ว
ยังมีอะไรอีกหลายๆอย่าง

เพื่อนบางคนส่งจดหมายมาว่า
งอน ที่ส่งจะหมายไปให้เพื่อนอีกคน
แต่ไม่ยอมส่งไปให้มันบ้าง
เพื่อนบางคนวาดรูปมาให้แทนคำพูดของมัน
เพื่อนบางคนเขียนกลอนใส่สมุดเล่มเล็กๆมาให้
เพื่อนบางคนเขียนจดหมายมาบอกว่า
ตอนนี้เลิกเป็นทอมแล้ว

จดหมายหลายร้อยฉบับ
ถูกส่งไปและส่งกลับ
จนกระทั่งจบม.สาม
เพื่อนทุกคนต้องแยกย้าย
ไม่ต้องอยู่โรงเรียนใกล้บ้านอีกต่อไป
และเหมือนว่าจดหมายก็หายไปพร้อมกับไปรษณีย์
..................

ความรักในสเน่ห์ของจดหมายยังไม่จบ
เพราะ การได้อ่านนิดยสารวัยรุ่น
สมัยนั้น(ไม่รู้สมัยนี้ยังมีอยู๋ป่าว)
มีการให้ที่อยู่กัน เพื่อเขียน penfriend
เราก็เขียน ๆ ๆ
บางคนก็ติดต่อกันนานพอสมควร
ด้วยจดหมาย และไปรษณ๊ย์

น่าแปลกใจ
ทำไมคนแปลกหน้าสองคนจึงอยากรู้จักกัน
และพูดคุยผ่านจดหมาย
อาจไม่ได้เห็นหน้า แต่อาจจมีรูปส่งมาให้ดูบ้าง
กับบางคนในช่วงเวลานั้น

การมีเพนเฟรนด์ยุติลงตอนเข้ามหาวิทยาลัย
อาจจะเนื่องด้วยเวลาที่ผ่านไป
และเพื่อนในจดหมายบางคน
ก็เริ่มเข้ามหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน
สังคมในมหาวิทยาลัยอาจทำให้เรา
อยากจะใช้เวลาให้กับสังคมใหม่
มากกว่าจะต้องมาส่งจดหมายให้กัน

.................

แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย
ในสมัยนั้น โทรศัพท์มือถือ
เริ่มมีใช้กันเยอะแล้ว แต่ค่าโทรค่อนข้างแพง
เพื่อนในวัยมัธยม จึงสือสารกันด้วยจดหมาย
แต่ก็แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง
และไม่นานก็หายไปอีกเช่นเคย
....................



กล่องเฟรนด์ชิพ


สำหรับเฟรนด์ชิพ
เราไม่ได้แจกกระดาษให้กับเพื่อนๆ
แต่ให้สมุดแทน เป็นสมุดวาดเขียนเล่มหนาๆ
มีทั้งหมดสามเล่ม แต่ไม่ได้เขียนเต็มเล่มหรอกนะ
แต่ก็นะ เวลามันน้อย แจกทีละคนก็จะนาน
สามเล่มเลยละกัน question
จำได้ว่าม.หกเทอมสุดท้าย
เป็นอะไรที่ไม่เป็นอันเรียน
และไม่มีกะจิดกะใจจะสอบเอนท์เท่าไหร่
เพราะเวลามันหมดไปกะการเขียนเฟรนด์ชิพซะหมด
(เหมือนกันป่าว) embarrassed

การเขียนเฟรนด์ชิพ
และการอ่านเฟรนด์ชิพ
เป็นสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกดีนะ
เพราะเหมือนเราได้คิด
และครีเอทอะไรหลายๆอย่าง

จะใช้สีอะไร จะวาดอะไร
จะเขียนอะไร
และรู้สึกยังไง

สนุกๆ
..................

กล่องโปสการ์ด

ณ ปัจจุบัน

เวลาและอายุล่วงเลยไป
จากที่เคยส่งจดหมาย
ตอนนี้กลับอยากส่งโปสการ์ด
เหมือนกับเพนเฟรนด์
และเอกทีนเป็นจุดเริ่มต้น

เวลาได้รับโปสการ์ด
มันทำให้รู้สึกดีนะ
มีทั้งภาพและข้อความ
และมีมิตรภาพซ่อนมาด้วย

....................

ปัจจุบัน
มีสีใหม่ๆปะปนอยู่ในตัวเต็มไปหมด
ทั้งสีที่สวยและไม่สวย
บางทีสีที่ไม่สวยที่เพิ่มเข้ามา
ก็อยากล้างออกไปให้หมด
แต่บางทีมันก็ยากจัง

อยากเป็นคนเดิมที่ไม่มีสี



big smile

#7 By tae_moship on 2009-10-25 19:53

อืม..อยากจะล้างสีเหล่านั้นออกเหมือนกัน
จะได้มองโลกนี้ว่าสวยงามเ่ช่นเดิม
"มีอยู่สิ่งนึงในโลกนี้

ที่ไม่มีใครเอาไปจากเราได้

สิ่งนั้นคือ ความทรงจำ"

ขอให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆนะครับ
ผมสูญเสียความทรงจำในช่วงระยะนึงไป
ตอนนี้ยังไม่ได้คืนเลย...
หวังว่ามันจะกลับมาเร็วๆนี้

รูปถ่าย จดหมาย การ์ด สมุดบันทึก เป็นตัวบันทึกความทรงจำได้ดี แม้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พอทำให้เราเห็นและรู้สึกถึงความสุข ความทุกข์ ความประทับใจในอดีตได้ลางๆ

#5 By Pae Thunwa on 2009-10-25 18:10

เพื่อนๆของเรา ก็คงคิดอย่างเราเช่นกัน ไม่มากก็น้อย เพราะสิ่งต่างๆที่เป็นในขณะนั้น เพราะเราเป็นเด็ก เราไร้ประสบการณ์ อย่าเอาประสบการณ์ในตอนนี้มาเทียบกับสิ่งที่เราทำลงไปในอดีตเลย เพราะเงื่อนไขมันต่างกันเยอะbig smile เรื่องราวต่างๆในโลกมีทั้งดีและไม่ดีให้จดจำสลับกันไปในฐานะที่เราเป็นปุถุชน หุหุหุ ในกล่องความทรงจำของข้าน้อย หาเรื่องดีๆ...ยาก

#4 By Foxy old rabbit on 2009-10-25 10:53

ผมก็ชอบหยิบเอาความทรงจำเก่าๆ เหล่านั้นมานั่งดูครับ

โดยเฉพาะในเวลาที่เหงาใจ เหนื่อยใจ ท้อใจ..
มันช่วยได้เยอะเลยครับ..

#3 By kriangkrai on 2009-10-25 09:25

ซึ้งจังค่ะ

TTwTT

#2 By NaTzy on 2009-10-25 07:41

วันแรกที่ได้พบ คำแรกที่ให้ฉัน
และกุหลาบดอกนั้น ฉันก็ยังจำได้ขึ้นใจ
ทางที่เดินกับฉัน ร้านที่เธอเอ่ยความในใจ
เพลงที่มีความหมาย ฟังชื่นใจแค่ไหน

ใจฉันยังจำเรื่องวันเหล่านั้น ไม่รู้เธอจำได้ไหม
แต่สิ่งเหล่านั้น ฉันเก็บไว้ตลอดมา

ความทรงจำพิเศษ มีแค่เพียงเรื่องเธอ
เพราะเรื่องราวของเธอ ฉันเก็บไว้ข้างใน
กล่องความทรงจำพิเศษ ที่เรียกว่าหัวใจ
ไม่เคยเลือนหายไป แม้ว่านานเท่าไหร่
ก็คิดถึงเธอ (ฉันก็ยังรักเธอ หากเธอได้ฟัง)

วันสุดท้ายที่พบ รูปที่คืนให้ฉัน
คำที่บอกลานั้น ฉันก็ยังจำได้ฝังใจ
ทางที่เราจากกัน ร้านที่ฉันแอบไปร้องไห้
เพลงที่มีความหมาย ฟังแล้วเจ็บแค่ไหน

ใจฉันยังจำเรื่องวันเหล่านั้น ไม่รู้เธอจำได้ไหม
แต่สิ่งเหล่านั้น ฉันเก็บไว้ตลอดมา

ความทรงจำพิเศษ มีแค่เพียงเรื่องเธอ
เพราะเรื่องราวของเธอ ฉันเก็บไว้ข้างใน
กล่องความทรงจำพิเศษ ที่เรียกว่าหัวใจ
ไม่เคยเลือนหายไป แม้ว่านานเท่าไหร่
ก็คิดถึงเธอ (ฉันก็ยังรักเธอ หากเธอได้ฟัง)

ความทรงจำพิเศษ มีแค่เพียงเรื่องเธอ
เพราะเรื่องราวของเธอ ฉันเก็บไว้ข้างใน
กล่องความทรงจำพิเศษ ที่เรียกว่าหัวใจ
ไม่เคยเลือนหายไป แม้ว่านานเท่าไหร่
ก็คิดถึงเธอ (ฉันก็ยังรักเธอ หากเธอได้ฟัง)

#1 By Critical#Zeed on 2009-10-25 06:23