เกิดมาทำไม?

posted on 01 Oct 2009 14:26 by mynameist in In-My-View

 

เกิดมาทำไม?

 

เป็นคำถามที่เคยเกิดขึ้นในใจทุกคน

 

หลายคนมีคำตอบให้กับตัวเอง

 

หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้

 

หลายคนไม่สนใจจะหาคำตอบ

 

.

.

.

 

คำตอบของหลายๆคนอาจจะฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ

 

เกิดมาเพื่อทำความดี สะสมบุญบารมี

 

เกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

 

เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมจากชาติที่แล้ว

 

เกิดมาเพื่อตามหา soul mate

 

เกิดมาเพื่อ ฯลฯ

 

.

.

.

 

แต่ทั้งหมดล้วนเป็นคำตอบที่มนุษย์สร้างขึ้นเองทั้งนั้น

 

จะบอกให้ว่าจริงๆแล้ว.. คนเกิดมาทำไม

 

.

.

.

 

ก่อนอื่น ลองเปลี่ยนคำถามเป็น "มดเกิดมาทำไม?"

 

เกิดมาถ้าเป็นมดงานก็หาอาหาร

 

เป็นมดทหารก็ปกป้องรัง

 

เป็นมดนางพญา หรือมดตัวผู้ ก็ตั้งหน้าตั้งตาปั๊มลูก

 

สรุปเกิดจนตาย ทำอะไรทิ้งไว้ให้โลกบ้างเนี่ย -_-'

 

.

.

.

 

ใช่แล้ว!! คำตอบคือไม่มีอะไรทิ้งไว้เลย

 

นอกจากลูกหลานเหลนโหลน

 

หน้าที่ตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ก็คือดำรงเผ่าพันธุ์
(ไม่อยากใช้คำว่าสืบพันธุ์ เดี๋ยวจะนึกถึงแต่เรื่องอย่างว่า)

 

ไม่ว่าจะมด ยุง ไก่ หมู ปลา นก ยีราฟ ช้าง
(กรุณาอย่าคิดว่าไก่และหมูเกิดมาเพื่อเป็นอาหารให้คน
 มันอยู่ของมันดีๆ คนไปจับมันมาเลี้ยงแล้วกินเอง)

 

หรือแม้กระทั่งคน

 

ก็ล้วนเกิดมาเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์

 

...แค่นั้นเอง

 

.

.

.

 

ดังที่ซิกมันด์ ฟรอยด์ ประกาศว่าทุกการกระทำของมนุษย์

 

ล้วนมาจากแรงขับทางเพศ

 

ก็นั่นแหละ ทำไปเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ไงล่ะ

 

เพียงแต่คุณฟรอยด์นี่ดูจะหมกมุ่นไปกะเรื่องอย่างว่ามากไปหน่อย

 

.

.

.

 

คนเราเกิดมาก็ทำแค่ 4 อย่าง

 

กิน ขี้ ปี้ นอน

 

กิน กะ ขี้ เป็นสมดุลหักล้างกันและกัน (กิน = นำเข้า, ขี้ = ปล่อยออก)

 

นอน เป็นการพักผ่อนเพื่อสมดุลกับการใช้ร่างกายทำ 3 กิจกรรมที่เหลือ

 

เหลือแค่ ปี้ ที่ไม่มีกิจกรรมหักล้าง

 

จึงสรุปว่าคนเราเกิดมาก็เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์(ด้วยการปี้)นั่นเอง

 

.

.

.

 

ฟังแล้วดูเหมือนชีวิตไม่ค่อยมีสาระเลยว่ามั๊ย

 

จริงๆแล้วชีวิตคนก็ไม่ได้มีสาระอะไรเป็นแก่นสารมากมายนักหรอก

 

เกิดมาก็แค่เพื่อทำหน้าที่ดำรงเผ่าพันธุ์ ตามที่ธรรมชาติฝังไว้ใน DNA

 

แล้วก็ตายไป ก็แค่นั้น

 

.

.

.

 

ฟังดูแห้งแล้งหดหู่เนอะ

 

แต่มนุษย์มีสิ่งหนึ่งที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

 

คือเรามีความสามารถที่จะคิดและจินตนาการได้มากกว่า

 

เราจึงไม่จำเป็นต้องเกิดมาแค่เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์แล้วตายไป

 

เราสามารถกำหนดเป้าหมาย กำหนดหน้าที่ของเราเองได้

 

ดังที่หลายๆคนกำหนดไว้แล้ว

 

.

.

.

 

เกิดมาเพื่อทำความดี สะสมบุญบารมี

 

เกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

 

เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมจากชาติที่แล้ว

 

เกิดมาเพื่อตามหา soul mate

 

เกิดมาเพื่อ ฯลฯ

 

.

.

.

 

ชีวิตคน ต่างกับ ชีวิตมนุษย์ ก็ตรงนี้แหละ

 

"แล้วคุณล่ะ เกิดมาทำไม?"

 

Comment

Comment:

Tweet

อืม...
คงต้องตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันซะแล้วว่า
เกิดมาทำไม

แม้จะไม่ได้คำตอบ
อย่างน้อยก็จะได้ย้ำถึงหน้าที่ของตัวเองล่ะมั้ง..


เกิดมาทำไมน้าา า า.. open-mounthed smile

#12 By ป่ า น ,, on 2010-08-08 21:18

วิธีหลุดพ้นความเจ็บปวด

มันก็แค่

อาศัย

เวลา

แค่นั้นเองค่ะ

ง่ายจัง
big smile

#11 By tae_moship on 2009-10-03 01:57

หลายวันก่อนไปเจอบล็อกประชาสัมพันธ์กิจกรรม blog action day 2009 ของ dhamweb ที่ขึ้นฮ็อต ตอนนี้อยู่ประมาณหน้าที่ 3 ว่าวันที่ 15 ตุลาคม ปีนี้หัวข้อคือ climate change ว่าจะร่วมเขียนกะเค้าเหมือนกัน

#10 By Foxy old rabbit on 2009-10-02 11:15

เกิดมาเพื่อ "วาง" ตอนที่ข้าน้อยเพิ่งเขียนบล็อก ไปอ่านเจอเอ็นทรี่เก่าๆของหลวงพี่(น้อง) akkarakitt มีหัวข้อนี้พอดี และข้าน้อยก็ชอบซะด้วย

#9 By Foxy old rabbit on 2009-10-02 10:36

อืมๆๆน่าคิดค่ะ ให้แง่คิดดีจังopen-mounthed smile

ถ้าเป็นตามหลักสัจธรรมก็คงเป็น มนุษย์เราเกิดมา
เพื่อชดใช้กรรมเก่าที่ตนเองก่อล่ะมั๊งค่ะ
เป็นการเวียนว่ายตายเกิด

สิ่งที่เรียกว่าเผ่าพันธ์มนุษย์คือ การมีภาษาควบคู่ไปกับความคิด จึงทำให้แตกต่างกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลก

ไหนๆก็เกิดมาแล้วเราจะทำอะไรเพื่อไม่ให้เสียชาติเกิดกันดีล่ะคะ? You have to find ur own road.cry

#8 By Spicy NP on 2009-10-01 23:12

ก่อนอื่นต้องบอกว่าตัวจะลอยอยู่แล้วเล่นชมกันขนาดนั้น

ไม่ได้เก่งหรอก แต่รักที่จะเขียนหนังสือ

ชอบเอนทรีนี้นะเข้าใจคิดดี

อ่านแล้วปลงกับชีวิต

ต่างคนต่างใจต่างคิด

ไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นสังคมอุดมคติได้

จึงมีคนทำดี

และคนไม่ดี

อยู่บนโลกใบนี้

ทำให้เราเห็นสีขาวและสีดำ

เลือกมองและเลือกทำตามใจของแต่ละคน



สำหรับ อ้อ แล้วนั้น

เกิดมาเพื่อที่จะมองดูโลกกลมๆ ใบนี้

ในแง่ดีล่ะมั้ง ^^

#7 By รองเท้าแก้ว on 2009-10-01 21:12

บางทีการหาคำตอบว่าเกิดมาทำไม น่าจะเหมาะกับนักปรัชญา เพราะการหาคำตอบคงต้องใช้เวลา และมันน่าจะปวดหัว คนทั่วไปรวมถึงเราเลยไม่นึกจะหาคำตอบหรือถามคำถามนี้มั๊ง อันนี้เป็นการคาดเดา embarrassed

คำถามนี้ คิดว่าถามทีนึงก็ตอบแบบนึง ถามอีกทีอาจจะตอบไม่เหมือนเดิม เพราะมันผ่านอะไรมาเยอะ เห็นมาเยอะ มันก็เปลี่ยนคำตอบไปเรื่อยๆ นั่นแหล่ะ question

ตัวเราเอง อาจจะเคยถามตัวเองมาแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจในคำตอบนัก ตอนนี้อาจจะเรียกว่า อยู่ไปวันๆ อยู่กับความฝัน หรือพูดสวยๆ ก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน อะไรแบบนั้น confused smile คงยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองในตอนนี้หรอก

#6 By Perfect rainbow on 2009-10-01 20:32

มนุษย์สามารถเป็นได้มากกว่า

ถ้าสร้างการดำรงเผ่าพันธุ์ให้มีคุณภาพ

คือการดูแลลูกหลานให้เป็นคนดี

เมื่อคนหนึ่งคนเป็นคนดี

และหนึ่งคนดีสอนให้อีกคนหนึ่งเป็นคนดี

และสอนกันต่อไปเรื่อยๆ

การดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์

ก็จะไม่ใช่แค่เรื่องเพศอย่างเดียวแล้วล่ะ



แล้วเราเกิดมาทำไม

อยู่ก็เหนื่อย

อยู่ก็เป็นทุกข์

ทุกข์ๆ สุขๆ

ดีตรงไหนนะ


?


embarrassed

#5 By tae_moship on 2009-10-01 19:38

..ที่ทุกคนเกิดมาได้ เพราะความบังเอิญที่เป็นอสุจิที่แข็งแรงกว่าเพื่อน จึงได้ปฏิสนธิในมดลูกของมารดา..

..ส่วนเป้าหมายหลังจากที่ได้่เกิดมาแล้ว..ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกอะไร..สำหรับผม มีเป้าหมายไม่แน่นอน..ผันแปรไปตามตัวแปรต่างๆ เช่น ตัวแปรทางการเมือง , ตัวแปรทางเศรษฐกิจ , ตัวแปรทางสังคม ฯลฯ (เพราะสิ่งเหล่านี้ จะเป็นตัวกำหนดสถานภาพและบทบาท ให้กับเราทุกคน)...ทำให้เป้าหมายของการเกิดมา เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยทุกๆรอบ 5 ปี..big smile

#4 By นิลกาฬ on 2009-10-01 18:10

เคยคิดว่าจะเกิดมาเพื่อเป็นตำนาน
และคิดว่าเกิดมาเพื่อไม่กลับมาเกิดอีก(เพราะชีวิตยุ่งยากวุ่นวายจัง)

มันเป็นคำถามที่เฉพาะตัวมาก ๆ นะ ทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบสากลไม่ได้(แต่จะหาไปทำไมล่ะ จริงป่ะ) และไม่อยากเป็นตำนานอีกแล้ว มันก็คืออยากมีตัวตนอย่างหนึ่ง

และตอนนี้มีชีวิตอยู่เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุึด(เขียนหนังสือ) และพยายามปล่อยวางในทุกเรื่อง (คือดีที่สุดแต่ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ประมาณนั้นแหละ)

#3 By aroonwana on 2009-10-01 14:48

นั้นสิเกิดมาทำไม?
ถ้าเป็นยูนะค่า ยูว่าเกิดมาเพื่อทำความดี ชดใช้กรรมและตอบแทนบุญคุณคนที่กำเนิดเรามา
นั้นแหละค่ะ คือการเกิดมาทำไมของยู

ป.ล. ให้แง่คิดมากมายขอบคุณนะคร่า

#2 By Yu on 2009-10-01 14:48

= = ช่างคิดนะครับ surprised smile

#1 By S]-[iFFel2 on 2009-10-01 14:44